logocarbonmarketsclub
erewrererf

ทะเลที่ไม่เหลืออะไรเลย...
ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

พ.ศ.2563 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรายงานว่ามีแหล่งหญ้าทะเลที่เกาะกระดาด จังหวัดตราด 810 ไร่ ที่เกาะหมาก 530 ไร่ รวมเป็น 1,340 ไร่

พ.ศ.2567 คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ สำรวจแหล่งหญ้าทะเล พบว่าทั้งที่เกาะกระดาดและรอบเกาะหมากอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมสุดขีด ไม่สามารถประเมินพื้นที่เป็นไร่ได้ ว่าง่าย ๆ คือไม่เหลืออะไรเลย

​​พ.ศ.2562 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรายงานพื้นที่แนวปะการังเกาะหมากและเกาะกระดาด 8,500 ไร่ พ.ศ.2567 คณะประมง ม.เกษตรศาสตร์ สำรวจแนวปะการังในช่วงปลายเดือนเมษายน พบว่าปะการังเกือบทั้งหมดอยู่ในสภาพฟอกขาว ตั้งแต่ระดับรุนแรงน้อยจนถึงรุนแรงมาก คาดว่าในอนาคตอันใกล้หากน้ำไม่เย็นลง จะเกิดความเสียหายต่อแนวปะการังโดยเฉพาะในเขตน้ำตื้นติดฝั่ง

S659538190

​สองตัวอย่างจากทะเลตราดคงทำให้คุณผู้อ่านเข้าใจว่า ทะเลที่ไม่เหลืออะไรเลยหมายถึงอย่างไร? โดยเฉพาะแหล่งหญ้าทะเลที่คณะประมงสำรวจภายใต้การสนับสนุนของ “บางจากฯ” หายไปต่อหน้าต่อตาในเวลาเพียง 2-3 ปี สภาพระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ความหลากหลายทางชีวภาพลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ ปลาที่เคยพบ 27 ชนิดเหลือเพียง 2-3 ชนิดจำนวนเพียงไม่กี่ตัว ปูม้าที่พบอย่างน้อย 4-5 ตัวต่อทุก 100 เมตร กลับกลายเป็นศูนย์ ไม่พบเลยไม่ว่าจะเดินเป็นกิโลก็ตามที

ไม่เหลืออะไรเลยเพราะทั้งพื้นที่เป็นเพียงทรายโล่ง ๆ น้ำร้อนจัด ทรายร้อนจัด เมื่อลองขุดลงไปใต้ทรายเพียง 10 เซนติเมตร กลายเป็นโคลนระอุ ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เพราะนั่นคือรากเหง้าหญ้าทะเลเน่าและย่อยสลาย ความสามารถในการกักเก็บคาร์บอนของระบบนิเวศดีที่สุดในโลก ลดลงเพียงไหนไม่สามารถบอกได้ แต่เดาได้ว่าคงเทียบเท่าพื้นทรายทั่วไป เพราะมีแต่ทรายเพียงเท่านั้นจริง ๆ

S659538170

​เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์รุ่นอาวุโสของออสเตรเลียรายงานว่า ตั้งแต่เขาทำงานมาจนเกษียณ เขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน การสำรวจเกาะ Heron Island สถานีวิจัยสำคัญใจกลางแนวปะการัง Great Barrier Reef พบว่า 16 จุดสำรวจล้วนเกิดปะการังฟอกขาวในระดับร้ายแรงสุดขีด ผู้อาวุโสเชื่อว่าอาจตายเกือบทั้งหมด ทุกอย่างใต้น้ำขาวโพลนคล้ายสุสาน

ในระหว่างที่ผมเขียนบทความนี้ ปะการังฟอกขาวในออสเตรเลียสิ้นสุดลงแล้ว (มีนาคม) แต่ความเสียหายระดับย่อยยับเกิดขึ้นหลายแห่งตลอดแนวปะการังยาว 2,300 กิโลเมตรที่ได้รับผลกระทบในปีนี้ ยังมีรายงานจากประเทศมัลดีฟส์ที่เริ่มพบปะการังฟอกขาวหลายบริเวณ ต่อเนื่องถึงไทย พม่า มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่กำลังเริ่มต้นและอาจครอบคลุมพื้นที่กว้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

S659538180

ทั้งหญ้าทะเลหายไป พะยูนบางส่วนอพยพบางส่วนตาย ปะการังฟอกขาวทั่วโลก ล้วนเกิดมาจากความแปรปรวนสุดขีดของทะเลและมหาสมุทร น้ำทะเลร้อนจัดจนกลายเป็นสถิติใหม่ทั่วโลก ค่าเฉลี่ยความร้อนในมหาสมุทรสูงสุดเท่าที่เคยบันทึกกันมา แม้เอลนีโญกำลังใกล้สิ้นสุด แต่ผลของโลกร้อนทำให้อุณหภูมิน้ำไม่ลดลงจนเป็นปรกติ ในทางกลับกัน อุณหภูมิน้ำกลับสูงจนทำลายสถิติ

​ทุกคนหวังฝนจะมาช่วยลดอุณหภูมิน้ำ เมฆที่เพิ่มขึ้นในหน้าฝนจะช่วยบังแดด ปัญหาคือฝนยังไม่มาตามนัด ขณะที่ปะการังอ่อนแอจนเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน จากซีดเป็นสีจางเป็นฟอกขาวในเวลาแค่ 3-4 วันเท่านั้น เพราะความร้อนสุดขีดของน้ำทะเลทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

​​สำหรับหญ้าทะเลที่หายไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญไม่สามารถระบุได้ว่าจะฟื้นคืนเมื่อไหร่ เทียบกับปะการังแล้ว หญ้าทะเลไร้หวังยิ่งกว่า เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากหญ้าทะเลตายรุนแรงและโหดร้าย หลายฝ่ายให้ความเห็นตรงกันว่า คงไม่กลับมาภายใน 1-2 ปี คงนานกว่านั้น แต่จะนานกี่ปีไม่มีใครตอบได้ เพราะไม่เคยเกิดเหตุการณ์หญ้าทะเลหายหมดเช่นนี้มาก่อน

ผลจากโลกร้อนทะเลเดือดกำลังทำลายทะเลไทยอย่างรุนแรง ระบบนิเวศทั้งแนวปะการังและแหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรมมากที่สุดเท่าที่เคยบันทึกกันมา ที่สำคัญคือสถานการณ์นี้มีแต่รุนแรงมากยิ่งขึ้น แม้ในปลายปีนี้โลกอาจเข้าสู่ภาวะลานีญา แต่ผลกระทบแบบอื่น เช่น น้ำจืดจากฝนตกหนักไหลลงทะเล แพลงก์ตอนบลูมเนื่องจากธาตุอาหารลงทะเลมากเกินไป ฯลฯ จะส่งผลต่อระบบนิเวศทำให้ไม่ฟื้นตัว จากนั้นในอีก 3-7 ปี เราอาจเจอเอลนีโญอีกครั้ง และอาจเป็นครั้งที่ร้อนจัดยิ่งกว่านี้ เนื่องจากเราปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นไปสะสมมากขึ้นทุกปี โลกยิ่งร้อนมากขึ้นและมากขึ้น

​ทะเลที่ไม่เหลืออะไรเลยย่อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้คนที่พึ่งพิงทะเลมาตลอด สัตว์น้ำลดลงจนเกือบหมด ประมงพื้นบ้านขาดรายได้ ความหลากหลายทางชีวภาพเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถรักษาไว้ให้เหมือนเดิมหรือแม้กระทั่งใกล้เคียงเดิม แหล่งท่องเที่ยวดำน้ำจำเป็นต้องปิดฟื้นฟู ในแต่ละจังหวัดมีพื้นที่ดำน้ำเพียงไม่มาก ไม่มีแหล่งสำรอง หากต้องปิดทั้งหมด ย่อมส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว

​นั่นคือบทเริ่มต้นของทะเลที่ไม่เหลืออะไรเลย ตอนนี้เกิดที่ตรัง เกิดที่ตราด ในวันหน้า จะเกิดขึ้นอีกเรื่อย ๆ เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนสุดท้ายทั่วทะเลไทย

อีกไม่เกิน 10-20 ปี หากไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน มีแต่การประชุมที่ส่งผลเพียงน้อยนิด ประเทศไทยอาจจะมี...ทะเลที่ไม่เหลืออะไรเลย