logocarbonmarketsclub
เมื่อผมไปดูธารน้ำแข็งที่ล่มสลาย

เมื่อผมไปดูธารน้ำแข็งที่ล่มสลาย

ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

1

เป็นการเดินทางที่ยาวไกลที่สุดในชีวิต กรุงเทพ-เอธิโอเปีย-ซานเปาโล-บัวนอสแอเรส-เอลคาลาฟาเต นับเฉพาะเวลาบิน 9+16+3+3 ชั่วโมง ไม่นับเวลาแวะพักเปลี่ยนเครื่อง/นอน หากรวมแล้วผมใช้เวลากว่า 48 ชั่วโมงจึงไปถึงเป้าหมายที่ปรารถนา ผมมาไกลสุดขอบโลก มาจนถึงตอนปลายของแอนดีส เทือกเขายาวที่สุดในโลก จากเหนือจรดใต้ทวีปมากกว่า 7,000 กิโลเมตร เพื่อมาดูกลาเซียร์ - ธารน้ำแข็ง (Glacier)

2

ธารน้ำแข็งคือแหล่งกักเก็บน้ำจืดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำจืดปริมาณมากกว่า 2 ใน 3 อยู่ในรูปของน้ำแข็งในกลาเซียร์เหล่านี้ เมื่อโลกร้อนเร่งความเร็ว การละลายของน้ำแข็งในกลาเซียร์จึงส่งผลกระทบใหญ่หลวง เพราะน้ำแข็งเหล่านั้นอยู่บนแผ่นดิน เมื่อละลายแล้วไหลลงทะเลก็ยิ่งเหมือนการเติมน้ำให้ทะเล ผิดจากก้อนน้ำแข็งขั้วโลกเหนือที่ลอยอยู่ในทะเลอยู่แล้ว การละลายก็ไม่ได้เพิ่มน้ำให้ทะเลเท่าไหร่

ธารน้ำแข็งเกิดจาก Ice Field หรือทุ่งน้ำแข็งขนาดมหึมา ในอดีตเมื่อหลายหมื่นปีก่อน ทุ่งน้ำแข็งยักษ์ปกคลุมไปทั่วเขตอบอุ่นของโลก ธารน้ำแข็งมากมายไหลลงสู่ทะเล เกิดการกัดกร่อนจนกลายเป็นฟยอร์ดที่เห็นในปัจจุบัน เช่น ฟยอร์ดแห่งนอร์เวย์ อแลสกา นิวซีแลนด์ (เกาะใต้) แต่เมื่อยุคน้ำแข็งผ่านไป ทุ่งน้ำแข็งเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ตามกระบวนการของธรรมชาติ

ทว่า มนุษย์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มอย่างรวดเร็ว ทำให้กระบวนการผิดแปลกออกไป โลกร้อนเร็วเกินกว่าที่จะเป็นไปตามธรรมชาติ ธารน้ำแข็งละลายและหดหายไปเรื่อยๆ จนบางแห่งถึงขั้นว่างเปล่าเหลือแค่หินให้เราดู ผมยืนยันสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ได้เพราะเห็นด้วยสายตา สมัยเด็ก ๆ เมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ผมเคยไปธารน้ำแข็งที่เกาะใต้ นิวซีแลนด์ ยุคนั้นเดินไปจนถึงกำแพงน้ำแข็งขนาดมหึมา มีกิจกรรมปีนป่ายบนธารน้ำแข็ง แต่ยุคปัจจุบัน ธารน้ำแข็งหดหายไปเกือบหมด เฉพาะในช่วง 15 ปีหลัง Fox Glacier ละลายไปถึง 880 เมตร การปีนป่ายธารน้ำแข็งเป็นไปไม่ได้อีกแล้วยกเว้นใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อขึ้นไปข้างบน ยังรวมถึงธารน้ำแข็งจากเทือกเขาแอลป์ เช่น ออสเตรีย หายไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 20-30 ปี จนตอนนี้จุดชมวิวเหลือเพียงหินให้เราดู

3

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ธารน้ำแข็งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ละลายเร็วขึ้นกว่า 10 ปีก่อนหน้านั้นถึง 46% เฉพาะในปี 2566 น้ำแข็งละลายถึง 668 ล้านล้านตัน น้ำที่ไหลงทะเลเริ่มทำให้ระดับน้ำทะเลสูงเร็วขึ้น หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ภายในอีกไม่กี่สิบปี ธารน้ำแข็ง 1 ใน 3 ของโลกจะหายไป และกรุงเทพอาจอยู่ใต้น้ำ

เนื่องจากธารน้ำแข็งส่วนใหญ่อยู่ในเขตภูเขาสูง ต่อให้อยากเห็น เราก็ไปไม่ถึงด้วยวิธีธรรมดา เพราะฉะนั้น ธารน้ำแข็งที่ยังพอเข้าถึงได้ในปัจจุบันคงเหลืออยู่เพียงไม่มาก เช่น ไอซ์แลนด์ อแลสกา แคนาดา และแอนดีส โดยเฉพาะที่ Patagonia แห่งอาร์เจนตินา ยังมีธารน้ำแข็งจากทุ่งน้ำแข็งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก South Andes Ice Field น่าจะเป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่แห่งท้าย ๆ ที่เราไปถึงและปีนป่ายได้ นั่นคือเหตุผลของการเดินทางข้ามโลกมาหลายสิบชั่วโมง เพราะไม่มาวันนี้ อาจไม่มีอะไรเหลือให้ดูในวันหน้า

เอลคาลาเตถือเป็นเมืองหลักแห่งการท่องเที่ยวพาตาโกเนีย ยังเป็นเมืองหลักของการเที่ยวกลาเซียร์ในอเมริกาใต้ เนื่องจากอยู่ไกลลงมาเกือบสุดขอบทวีป เทือกเขาแอนดีสในบริเวณนี้สูงไม่มาก แค่ระดับ 200-3,000 เมตร จะเทียบแล้วก็เหมือนความสูงของเชียงใหม่กับยอดดอยรอบๆ เช่น อินทนนท์ แต่อากาศหนาวเพราะอยู่ใกล้ขั้วโลกใต้ ยังหนาวเพราะทุ่งน้ำแข็งขนาดยักษ์อยู่ห่างออกไปเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตร บางเวลาที่นั่งรถไปมา เราสามารถเห็นทุ่งน้ำแข็งสีขาวขนาดมหึมาอยู่ลิบ ๆ มีเทือกเขาเตี้ยๆ กั้นไว้เป็นเสมือนเขื่อน บางจุดเป็นธารน้ำแข็งไหลผ่านร่องเขาลงมาสู่ทะเลสาบที่เกิดจากน้ำแข็งละลาย ยังมีก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ลอยอยู่ทั่วไป

เอลคาลาฟาเตตั้งอยู่ริมทะเลสาบกลาเซียร์ขนาดยักษ์ เป็นทะเลสาบใหญ่สุดในอาร์เจนตินา มีธารน้ำแข็งมากกว่า 15 สายไหลลงทะเลสาบแห่งนี้ บางแห่งเดินไปดูได้เลย เช่น White Giant จุดชมวิวธารน้ำแข็งที่ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน บางแห่งลงเรือไปดูก้อนน้ำแข็งที่ลอยน้ำมามากมาย รวมถึงนั่งเรือเข้าไปจนถึงธารน้ำแข็งสูงที่สุดในโลก 138 เมตร บริเวณนี้จึงได้ชื่อว่าเมืองหลวงแห่งกลาเซียร์โลก ผมยืนยันข้อความนี้เพราะเคยไปดูธารน้ำแข็งมานับสิบแห่ง แม้แต่ที่ไอซ์แลนด์ยังไม่แจ่มแจ๋วถึงขั้นนี้ คงจะมีเพียงกรีนแลนด์ที่ไปยากเหลือเกิน (แต่ยังอยู่ในลิสต์นะครับ)

ผมมีโอกาสทำทุกอย่างที่ตั้งใจไว้ ทั้งการเดินไปชมวิวธารน้ำแข็งที่กำลังพังทลาย เห็นน้ำแข็งหลุดลงมาจากหน้าผาสีขาวด้วยสายตาตัวเอง ได้นั่งเรือเต็มวันเพื่อดูทั้งก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่หลุดลอย ไปจนถึงหน้าผาน้ำแข็งสูงตระหง่าน หรือแม้กระทั่งทำกิจกรรมปีนป่ายขึ้นไปบนกลาเซียร์ยักษ์ ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญว่าธารน้ำแข็งคืออะไร เกิดอย่างไร ‘หลุมสีฟ้า – Blue Hole” เกี่ยวข้องอะไรกับธารน้ำแข็งละลายและโลกร้อน นับเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับคนที่ทำงานเรื่องโลกร้อน

4

ยังตื่นเต้นสุด ๆ เมื่อลงเรือไปดูก้อนน้ำแข็งยักษ์ที่ลอยมาจากกลาเซียร์ บางก้อนสูงเท่าตึก 4-5 ชั้น ทั้งที่ประมาณ 90% จมอยู่ใต้น้ำ ขนาดโผล่มาแค่นี้เรายังอึ้ง แถมมีเป็นร้อย ๆ ก้อน บางแห่งเราเข้าไปในกลาเซียร์ไม่ได้เพราะน้ำแข็งแตกเยอะมากจนอาจเป็นอันตราย ยังรวมถึงธารน้ำแข็งบางแห่งที่หดหายจนไม่แตะทะเลสาบอีกแล้ว บ่งบอกว่ากำลังถดถอยขึ้นไปสู่ยอดเขา แต่อะไรก็คงไม่เท่าช่วงที่หน้าผาน้ำแข็งแตกและค่อย ๆ พังทลายลงทะเลสาบ เกิดเป็นคลื่นกระจายไปทั่ว ทุกก้อนที่ตกหล่นลงมา เหมือนเป็นสัญญาณว่าโลกกำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ น้ำทะเลกำลังสูงขึ้นเรื่อย ๆ

การพิทักษ์ธารน้ำแข็งเหล่านี้แทบเป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่โลกยังร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว การฟื้นฟูก็เป็นไปไม่ได้ มนุษย์ตัวกระจ้อยเกินไปที่จะอาจหาญทำอะไรเช่นนั้น เราได้แต่ภาวนาให้คนในโลกเข้าใจ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้น้อยลงบ้าง ทำให้ธารน้ำแข็งอยู่กับเราขึ้นไปนานอีกนิด แต่ทุกอย่างกำลัง “ล่มสลาย” ลงไปเรื่อย ๆ ธารน้ำแข็งวันนี้สวยกว่าวันพรุ่งนี้แน่นอน และวันต่อ ๆ ไปคงไม่ต้องถามว่าสวยแค่ไหน เพราะไม่มีอะไรเหลือให้ดู

ผมใช้เวลาเป็นชั่วโมงนั่งดูธารน้ำแข็งที่กำลังพังทลาย ก่อนทอดถอนใจ ล่มสลายลงต่อหน้าต่อตา มันเป็นเช่นนี้เอง สิบยี่สิบปีต่อจากนี้ไป คงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่มนุษย์ทั่วไปมีโอกาสเห็นธารน้ำแข็งด้วยสายตาตัวเอง...