logocarbonmarketsclub
rerewreew

2025 ปีที่โลกพักร้อน
ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์


สวัสดีปีใหม่ครับชาวคาร์บอนมาร์เก็ตส์คลับ ขออวยพรให้ปีนี้ร้อนน้อยกว่าปีก่อน ซึ่งนั่น…เป็นเรื่องจริง

จริงเพราะปีที่ผ่านมาโลกอยู่ในปรากฏการณ์เอลนีโญ ความร้อนจึงทะลุทะลวงทุกขีดจำกัด กลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ อุณหภูมิเพิ่มขึ้นสูงเกิน 1.5 องศาจากปีฐานเป็นครั้งแรก

อ้าว…แล้ว paris agreement ก็พินาศแล้วสิ คำตอบคือยังไม่ครับ ตามสนธิสัญญาเหมาเอาว่าต้องร้อนเกิน 1.5 องศาต่อเนื่องกันหลายปี แค่ปีเดียวไม่นับ แต่ถ้าถามว่าต้องกี่ปี เรื่องนี้ผมไม่สามารถตอบได้

ในเมื่อปีนี้ไม่มีเอลนีโญ เผลอๆ จะเข้าลานินญาด้วยซ้ำ โลกจึงเย็นลงกว่าปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ 1.4 องศา แต่อย่าเพิ่งไชโยครับ เพราะหากดูภาพแล้ว เราควรร้องไห้

กล่าวคือทุกครั้งที่เป็นปีเอลนีโญ โลกจะร้อนจัดวูบนึง หากเราย้อนไปในอดีต หนที่แรงจนเป็นที่จดจำคือปี 2016 อุณหภูมิโลกเด้งขึ้นมาเกิน 1.25 องศา เท่านั้นก็ตกใจกันจะแย่

พอปีถัดๆ มา อุณหภูมิโลกลดลงหน่อย ทุกคนต่างดีใจ ก่อนเปลี่ยนเป็นร้องไห้เมื่อเข้าปี 2023 เพราะจู่ๆ อุณหภูมิโลกก็พุ่งขึ้นอย่างแรงกลายเป็น 1.45 องศา ตามด้วยปี 2024 ที่ถล่มทุกสถิติ แม้ว่าปี 2025 อาจเย็นลงบ้าง แต่เมื่อเทียบกับ 2016 แล้ว ยังร้อนกว่า

ความหมายชัดๆ คือโดยรวมแล้วโลกร้อนขึ้นอย่างเร็ว เพราะขนาดปีนี้ไม่มีเอลนีโญ ยังจะร้อนกว่าปีที่มีเอลนีโญ (2016/1.25 2025/1.4) จึงเชื่อว่าอุณหภูมิโลกเข้าสู่ภาวะปรับฐานสู่ยุคโลกเดือดของแท้

ความร้อนจัดของโลกในปีที่ผ่านมาส่งผลกระทบแรงเกินคาด สภาพอากาศแปรปรวนสุดขีด ฝนถล่มแบบ rain bomb น้ำท่วมไทยไปทีละแห่ง ไล่ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ในทะเลพินาศอย่างไม่เคยมีมาก่อน ปะการังน้ำตื้นในอ่าวไทยฟอกขาวเกือบหมดและตายเกินครึ่ง หญ้าทะเลหายไปเป็นหมื่นๆ ไร่ พะยูนตายรวมกัน 45 ตัว แม้แต่เต่ามะเฟืองที่เคยขึ้นวางไข่ทุกปีต่อเนื่องมาเป็นเวลา 6 ปี จนถึงวันนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีแม่เต่าขึ้นมาเลย

ปี 2025 น่าจะเป็นปีที่โลกไม่เกรี้ยวกราดเหมือนปีที่แล้ว เพราะถ้ายังไม่ยอมหยุดพักบ้าง เราคงแทบไม่เหลืออะไรในทะเล อีกทั้งบนบกก็คงย่ำแย่จนไม่มีเวลาปรับตัว

แต่อย่าวางใจ แม้ผลจากโลกร้อนอาจจะเบาหน่อย นั่นเป็นเวลาที่เราต้องเร่งปรับตัวสุดขีด ทำอะไรได้ให้รีบทำ เพราะอย่าลืมว่าเอลนีโญจะมาอีกแน่นอน อาจเป็นปี 2026-27-28 ไม่มีใครบอกได้ แต่บอกได้ว่าไม่เกิน 5-6 ปี ไงๆ เราก็เจออีกหน

และหนหน้าคือหนที่น่าสะพรึงสุดๆ เพราะโลกร้อนปรับฐานแล้ว ความร้อนที่เด้งขึ้นจากฐานสูงกว่าเดิมย่อมโหดร้ายกว่าเดิม อาจเกิน 1.6 องศาเป็นครั้งแรก

ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมไม่อยากคิดภาพเลยว่า เมืองไทยจะประสบพบเจออะไรบ้าง

จะเร็วหรือจะช้า ยังไงปีนั้นก็คงมาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า การเรียนรู้จากปี 2024 เพื่อปรับตัวสุดกำลังในปี 2025 คือหนทางเดียวที่เราจะผ่อนหนักเป็นเบา เพราะเราไม่สามารถจะหยุดโลกร้อนได้แบบฉับพลัน

อวยพรซ้ำอีกครั้ง ขอให้ทุกคนทุกครอบครัวทุกองค์กรทบทวนปีที่ผ่านมาและทำทุกอย่างเพื่อการปรับตัวให้ได้ทันเวลา

ซึ่งแทบจะไม่มีเหลือแล้ว…

อ้างอิง: https://www.metoffice.gov.uk/about-us/news-and-media/media-centre/weather-and-climate-news/2024/2025-global-temperature-outlook#:~:text=The average global temperature for,C above pre-industrial levels.