เมื่อโลกร้อนเกินขีดจำกัด ภัยพิบัติจึงปรากฏ
โพสต์เมื่อ : 2 พ.ย 2568 เวลา 4:50 น.
เมื่อโลกร้อนเกินขีดจำกัด ภัยพิบัติจึงปรากฏ
ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โลกเผชิญหน้ากับภัยพิบัติแบบไม่หยุดหย่อน ทั้งแผ่นดินไหวหลายพื้นที่ เช่น เวเนซุเอลา ญี่ปุ่น อัฟกานิสถาน อเมริกา ฯลฯ ยังมีคลื่นความร้อนระดับรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในยุโรป และไต้ฝุ่นที่เข้าญี่ปุ่นไป 3 ลูกในเดือนเดียว ทั้งไต้ฝุ่นที่มาเร็วเป็นประวัติการณ์และพายุที่เข้าพร้อมกัน 2 ลูกในวันเดียวในขณะเดียวกัน โลกกำลังตื่นตระหนกกับคำเตือนของนักวิทยาศาสตร์ว่าซูเปอร์เอลนีโญกำลังมา มันโหดร้ายมากแบบไม่เคยพบเคยเห็น จะส่งผลต่อภูมิอากาศและท้องทะเล เป็นตัวเร่งภัยพิบัติแบบต่างๆ ทั้งไฟป่า ปะการังฟอกขาว ฝุ่น น้ำท่วมฉับพลัน (ในบางพื้นที่) ร้อนแล้งแบบไม่เคยเจอ (ในอีกบางพื้นที่) จะส่งผลต่อผลผลิตการเกษตร อาหาร เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ
นั่นคือสิ่งที่เรากำลังจะเผชิญหน้า เมื่อโลกร้อนใกล้เกิน 1.5 องศาแบบถาวร ข้อมูลล่าสุดจากนักวิทยาศาสตร์บอกว่า ภายในอีก 4 ปี เราจะถึงจุดกู่ไม่กลับ อุณหภูมิโลกที่เคยตกลงกันไว้ใน Paris Agreement ว่าจะรักษาไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาภายในปี 2100 ตอนนี้ยอมรับเถิดว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว อีกทั้งยังล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะโลกจะร้อนเกิน 1.5 องศาแบบถาวรในค.ศ.2030 หรือในอีกเพียงแค่ 4 ปี
เป็นการล้มเหลวโดยสิ้นเชิงจริงจัง ไม่ว่าประเทศไหนองค์กรใดจะประกาศ Net Zero แค่ไหนอย่างไร ต้องยอมรับว่าเราสอบตก และสอบตกไป 70 ปีเมื่อเทียบกับโจทย์ที่เราตั้งไว้ (ค.ศ.2100) เป็นการสอบตกแบบไม่น่าให้อภัยจากลูกหลาน และปัญหาหนักกว่านั้นคือพวกเราเองที่เคยคิดกันว่าโลกร้อนคือความเดือดร้อนของอนาคต กลับกลายเป็นว่าเรากำลังจะโดนโลกร้อนแบบโหดๆ ณ วันนี้แล้ว ไม่ต้องรออีก 30-50 ปีแล้ว เฮ้อ !
สิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนเดียวคือปฐมบทแห่งยุคของความวุ่นวาย เดิมทีนักวิทยาศาสตร์เคยเชื่อว่าแผ่นดินไหวไม่เกี่ยวกับโลกร้อน แต่การศึกษายุคหลังเริ่มบ่งบอกว่าอาจเกี่ยวกัน ถึงตอนนี้ยังไม่ยืนยัน แต่ก็ต้องจับตาไว้
ที่เกี่ยวแน่นอนคือคลื่นความร้อนในยุโรป โลกร้อนเกี่ยวข้องกับความแปรปรวนของกระแสลมเจ็ตสตรีม หรือกระแสลมที่หมุนเวียนรอบขั้วโลกเหนือ หากจำกันได้เมื่อปีก่อน กระแสลมนี้เคยปั่นป่วน จากนั้นความหนาวก็ทะลุลงมาในอเมริกาจนหิมะตกถึงฟลอริดา (Polar Vortex) นั่นก็เกิดขึ้นจากความปั่นป่วนของเจ็ตสตรีม แต่หนนี้กลับกลายเป็นความร้อน เมื่อกระแสลมแปรปรวนจนเกิดฮีทโดมขนาดยักษ์ในยุโรป ขณะนี้ลมร้อนจัดจากซาฮาราไหลเข้ามา ทำให้คลื่นความร้อนหนนี้รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป มีผู้เสียชีวิตเกินพันและตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โลกร้อนยังส่งผลต่อเอลนีโญ ทำให้เกิดบ่อยขึ้นและแรงขึ้น เหมือนกับซูเปอร์เอลนีโญที่เรากำลังจะเจอ ปรากฏการณ์หนนี้ทำให้ญี่ปุ่นเตือนว่าปีนี้อุณหภูมิผิวหน้าน้ำทะเลจะร้อนจัด พายุไต้ฝุ่นจะเพิ่มจำนวนขึ้น 15-20% และเราก็เห็นแล้วในเดือนมิถุนายน ทั้งพายุไต้ฝุ่นที่เข้าญี่ปุ่นแบบเร็วเป็นประวัติการณ์ ทั้งที่ยังไม่ควรมีไต้ฝุ่นในช่วงนี้ด้วยซ้ำ ตามด้วยไต้ฝุ่นอีก 2 ลูกที่เข้าญี่ปุ่นพร้อมกัน เช้าลูกบ่ายลูก เป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้น เสมือนคำเตือนว่าปีนี้จะมีไต้ฝุ่นมารัวๆ และหนักแน่
ไม่เพียงเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่าปี 2569 จะเป็นปีร้อนสุดในประวัติศาสตร์ เอาชนะปี 2567 (1.55 องศาเหนืออุณหภูมิฐาน) ยิ่งไปกว่านั้น ปี 2570 อาจร้อนกว่าปี 2569 หมายความว่าทั้งปีนี้และปีหน้า อุณหภูมิเฉลี่ยโลกจะเกิน 1.5 องศา ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเกิน 1.5 องศาแบบถาวรแทบจะเป็นที่แน่นอน
เรื่องในตอนนี้จึงตั้งชื่อได้ตรงใจผมที่สุด “เมื่อโลกร้อนเกินขีดจำกัด ภัยพิบัติจึงปรากฏ” เพราะแค่เดือนเดียวเราก็เจอทั้งคลื่นความร้อนแรงสุด ไต้ฝุ่นมาเร็วสุด ดับเบิลไต้ฝุ่น และเรากำลังจะเจอปีร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์แบบ 2 ปีซ้อน ก่อนปิดท้ายด้วยการเข้าสู่ยุคโลกร้อนเกิน 1.5 องศา นั่นคือความหมายของภัยพิบัติจึงปรากฏ
และเป็นการปรากฏแบบจริงจัง แบบถาวร และจะแรงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ เพราะโลกจะร้อนขึ้นและร้อนขึ้น เราจะเจอโลกที่อุณหภูมิเพิ่ม 1.6-1.8 องศาในช่วงปี 2570-80 หลังจากนั้น อุณหภูมิจะทวีขึ้นจนเพิ่มเกิน 2 องศาในปี 2590 หรืออีก 20 ปีข้างหน้า
ทว่า การทำนายอาจผิดพลาด และเป็นการผิดพลาดที่โหดร้าย เพราะก่อนหน้านั้น เราไม่เคยคิดหรือทำนายใดๆ ว่าโลกจะร้อนเกิน 1.5 องศาภายในปี 2572 แต่ตอนนี้เรากำลังจะเจอเหตุการณ์นั้น เพราะฉะนั้น โลกร้อนเกิน 2 องศาในอีก 20 ปี อาจมีความคลาดเคลื่อน เราอาจเจอก่อนหน้านั้นก็เป็นได้
เน้นย้ำว่า นักวิทยาศาสตร์บอกไว้ชัดเจน บอกไว้ตั้งแต่ข้อตกลงปารีสเมื่อ 10 ปีก่อน จะทำกันอีกท่าไหนก็ได้ อย่าให้โลกร้อนเกิน 2 องศา เพราะหายนะจะปรากฏ
ตอนนี้เราแตะ 1.5 องศา ภัยพิบัติปรากฏแล้ว หากเรายังชะล่าใจ ยังใช้แนวความคิดเดิมๆ ใช้วิธีการเดิมๆ ใช้พื้นฐานการพัฒนาแบบเดิมๆ โดยเชื่อแบบเดิมๆ ว่าเราจะแก้โลกร้อนได้
ในอีก 20 ปี จะไม่ใช่แค่ภัยพิบัติปรากฏ
ในอีก 20 ปี หายนะของจริงจะปรากฏครับ