logocarbonmarketsclub
coverTNAการจัดลำดับความต้องการเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย-011

TNA: การจัดลำดับความต้องการเทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย

วงกต วงศ์อภัย และ นัทธมน สุวรรณพรหม
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.)

หากจะถามว่า ประเทศไทยต้องการเทคโนโลยีอะไรเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คำตอบย่อมหลากหลาย ตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า ไฮโดรเจน ไปจนถึงระบบเตือนภัยน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร และการลงทุนมีจำกัด การจัดลำดับความสำคัญจึงเป็นสิ่งจำเป็น

การประเมินความต้องการเทคโนโลยี (Technology Needs Assessment: TNA) เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้อย่างเป็นระบบ โดย TNA เป็นกระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ที่ให้ประเทศกำลังพัฒนาเป็นผู้ระบุความต้องการเทคโนโลยีเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 5 มี 17 ประเทศเข้าร่วมภายใต้การกำกับของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติและบริหารจัดการโดย UNEP Copenhagen Climate Centre (UNEP-CCC) ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) ในไทย สอวช. ทำหน้าที่ผู้ประสานงานโครงการ (TNA Coordinator)
ทั้งนี้ ประเทศไทยเคยจัดทำ TNA ฉบับที่ 1 ในช่วงปี 2553–2555 และการดำเนินงานครั้งนี้นับเป็นฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2568–2570)

ข้อสังเกตที่ 1 TNA ในฐานะเอกสารระบุความต้องการเทคโนโลยีของประเทศ

ภายใต้ UNFCCC และความตกลงปารีส ประเทศพัฒนาแล้วมีพันธกรณีส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ประเทศกำลังพัฒนา แต่พันธกรณีไม่ได้ระบุว่าจะถ่ายทอดเทคโนโลยีอะไร TNA จึงเป็นกลไกที่ให้ประเทศระบุความต้องการของตนเอง ผลของ TNA สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการขอรับความช่วยเหลือทางเทคนิคจากศูนย์และเครือข่ายเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Technology Centre and Network: CTCN) และการพัฒนาข้อเสนอโครงการต่อแหล่งทุน เช่น GEF และกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (GCF) ผลจาก TNA ฉบับที่ 1 เคยถูกใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนแผนและนโยบายระดับชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลายฉบับ รวมถึงเสริมความพร้อมของประเทศในการเข้าถึงกองทุน GCF สำหรับภาคธุรกิจ ดังนั้น TNA ฉบับที่ 2 จึงช่วยสะท้อนทิศทางความต้องการเทคโนโลยีของประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2569–2578 (ค.ศ. 2026–2035)

ข้อสังเกตที่ 2 เป้าหมายของประเทศและการคาดการณ์อนาคต จุดตั้งต้นของการคัดเลือก

การจัดทำรายการเทคโนโลยีเบื้องต้นอ้างอิงจาก 3 ปัจจัย ได้แก่
(1) บริบทและเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ทั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก (NDC 3.0) แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (NAP) ยุทธศาสตร์ระยะยาวการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (LT-LEDS) และมาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม (Thailand Taxonomy)
(2) ศักยภาพในการนำไปใช้จริงภายในราว 10 ปีข้างหน้า
(3) ศักยภาพในการก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การจัดทำครั้งนี้ ยังนำข้อมูลแนวโน้มและสัญญาณการเปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์อนาคต (Foresight) ของ APEC Center for Technology Foresight มาประกอบการพิจารณา โดยวิเคราะห์กลุ่มสัญญาณผ่านกรอบ STEEP ซึ่งครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ สังคม (Social) เทคโนโลยี (Technology) เศรษฐกิจ (Economic) สิ่งแวดล้อม (Environment) และนโยบาย (Policy)

การประเมินครอบคลุม 4 ภาคส่วน ได้แก่ ภาคพลังงานและภาคเกษตรสำหรับการลดก๊าซเรือนกระจก (Mitigation) และภาคการจัดการทรัพยากรน้ำกับภาคการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์สำหรับการปรับตัว (Adaptation) โดยแต่ละภาคส่วนได้รวบรวม Long list ของเทคโนโลยีที่เป็นไปได้ จำนวน 9–12 รายการ

ข้อสังเกตที่ 3 เกณฑ์การคัดเลือก: ผลกระทบและความพร้อม

การคัดกรองใช้การวิเคราะห์แบบ Multi-Criteria Analysis (MCA) มีเกณฑ์สำคัญ 2 เกณฑ์คือเกณฑ์ผลกระทบ (Impact) พิจารณาศักยภาพการขยายผลในประเทศ ประโยชน์ด้านสภาพภูมิอากาศ และประโยชน์ร่วม (Co-benefit) ด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และเกณฑ์ความพร้อม (Readiness) ซึ่งใช้ประเมินว่าประเทศไทยจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนหรือไม่ โดยพิจารณา 4 ด้าน ได้แก่ ด้านกายภาพและโครงสร้างพื้นฐาน ด้านบุคลากรและองค์ความรู้ ด้านนโยบาย กฎระเบียบและโครงสร้างสถาบัน และด้านการเงิน

เมื่อจัดวางเทคโนโลยีตามสองมิตินี้ จะจำแนกได้เป็น 4 กลุ่ม Quadrant ประเด็นสำคัญคือ TNA ให้ความสำคัญกับกลุ่มที่มีผลกระทบสูงแต่ยังมีความพร้อมต่ำ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สะท้อนความต้องการเทคโนโลยีของประเทศและเหมาะสมสำหรับการขอรับการสนับสนุนจากกลไกระหว่างประเทศ ขณะที่กลุ่มที่มีทั้งผลกระทบและความพร้อมสูงอาจผลักดันได้โดยตรงผ่านกลไกภายในประเทศ แนวคิดการจำแนกลักษณะนี้สามารถประยุกต์ใช้กับการวางแผนการลงทุนขององค์กรธุรกิจได้เช่นกัน

ข้อสังเกตที่ 4: สรุปขั้นตอนคัดเลือก

TNA แบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ขั้น ขั้นแรกคือการระบุและจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยี (Technology Identification and Prioritization) ว่าประเทศไทยต้องการเทคโนโลยีใดเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมเป็น 16 เทคโนโลยีจาก 4 ภาคส่วน ดังแสดงในรูป

ขั้นที่สองคือการวิเคราะห์อุปสรรคและปัจจัยเอื้อ (Barrier Analysis and Enabling Framework: BAEF) เพื่อระบุปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเทคโนโลยีไปใช้และประเมินสภาพตลาด

ขั้นที่สามคือจัดทำแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยี (Technology Action Plan: TAP) พร้อมแนวคิดโครงการเบื้องต้นที่สามารถนำไปดำเนินการและระดมทุนได้ แนวคิดโครงการเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ การร่วมลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีในอนาคต

นอกจากมิติเทคโนโลยีแล้ว TNA ฉบับที่ 2 ได้ออกแบบให้เชื่อมโยงกับภาคเอกชนและตลาดคาร์บอน ทั้งนี้ ประเด็นที่ควรพิจารณาไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีใดจะสร้างคาร์บอนเครดิตได้ แต่อยู่ที่ว่าเมื่อประเทศได้ระบุความต้องการเทคโนโลยีแล้ว ภาคธุรกิจจะเข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนา ผู้ลงทุน หรือผู้ถือครองเทคโนโลยี (Technology holder) ในเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร รวมถึงเทคโนโลยีด้านการปรับตัวเช่นการจัดการน้ำอีกด้วย