รถไฟไฮบริดกับเส้นทางสายน้ำแข็ง
รถไฟไฮบริดกับเส้นทางสายน้ำแข็ง
ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ผมมาญี่ปุ่นหน้าหนาว มีจุดประสงค์เพื่อขึ้นรถไฟสายหนึ่งครับ
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีรถไฟเชื่อมต่อไปทุกทิศทาง Shinkansen, Limited-express, Rapid และ Local แต่ทั้งหมดนี้ มีอยู่สายหนึ่งที่ตัดผ่านเทือกเขา Japan alps เชื่อมต่อระหว่างนาโกยา เมืองใหญ่ทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก และโทนามะ เมืองขนาดปานกลางในฝั่งทะเลญี่ปุ่น เป็นรถไฟที่ต้องวิ่งผ่านป่าเขา เมืองเล็กตามหุบเขา อุทยานแห่งชาติ จากความสูงระดับน้ำทะเลขึ้นไปจนถึง 800 เมตร ก่อนตัดลงไปที่ราบอีกฝั่งของเกาะฮอนชู เชื่อมต่อนาโกยากับโทยามะใน 4 ชั่วโมง เส้นทางรถไฟเปิดมาตั้งแต่ปี 1958 มีการพัฒนาเรื่อย ๆ จนท้ายสุดใช้รถไฟแบบใหม่ เป็นการให้บริการในนาม Hida Line-limited express
เนื่องจากวิ่งผ่านขุนเขาและป่าไม้ สองข้างทางจึงสวยบาดใจ แต่ผมตั้งใจมาในช่วงหน้าหนาวจัดเพราะชื่นชอบหิมะเป็นพิเศษ ครั้งหนึ่งเมื่อ 20 ปีก่อน เคยไปนั่งรถไฟสาย Glacier Exprees ในสวิส นั่งยาวตั้งแต่ต้นสายยันสุดสาย ใช้เวลา 8 ชั่วโมง เพื่อมองวิวหิมะสีขาวล้วนตลอดทาง ชอบมากเลยฮะ


อีกจุดประสงค์คือทราบมาว่ารถไฟที่ใช้วิ่งเป็นแบบไฮบริด แบกแบตเตอรี่ไปด้วย ตอนที่รถไฟเบรคก็ดึงไฟกลับแบบ Regenerative Braking เหมือนที่ใช้ในรถ EV ยังรวมถึงตอนที่รถไฟลงจากเขา ดึงไฟกลับเพียบเลยครับ
ผมไปตั้งต้นขึ้นรถไฟจากโทยามะ เพราะนั่งรถไฟอ้อมไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ในฝั่งทะเลญี่ปุ่น จากนั้นจึงมาเตรียมตัวขึ้น Hida Line ที่นี่ โทยามะเป็นเมืองน่ารักครับ สายศิลป์น่าจะชอบเพราะมี Glass Museum น่าประทับใจ ปราสาทก็พอใช้ได้แม้จะสร้างใหม่ แต่ที่เด็ดขาดคืออาหารครับ ปูซูไวสดอร่อยในทะเลหน้าหนาว ราคายังถูกมากเมื่อเทียบกับกรุงเทพ อีกปูที่อร่อยแถวนี่คือ Echizen Crab แต่ต้องลงใต้ไปกินที่ฟุกุยจะถูกต้องมากกว่า ผมมาตอนสิ้นเดือนมกราคม พายุถล่มชายทะเลฝั่งนี้ หิมะท่วมสูงไปทั้งเมือง แค่โผล่ออกจากสถานีก็หนาวแล้วครับ


รถไฟมาแล้วล่ะ เป็นแบบ Hybrid สมใจ ทราบว่าที่นี่มีบางขบวนเท่านั้น ต้องลองสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นว่าเป็นขบวนไหน
ภายในรถไฟสวยทันสมัยมากครับ มีจอภาพบอกข้อมูลตลอดเวลา เริ่มจากรายงานว่าเรามาช่วยลดโลกร้อนเถอะ รถไฟขบวนนี้ใช้ระบบ Hybrid มีผังการดึงพลังงานกลับโผล่มาให้ดูเป็นระยะ รถไฟยังสตาร์ทเครื่องบ้างดับเครื่องบ้างแบบรู้สึกได้ คล้าย ๆ กับรถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์สลับแบตเตอรึ่

ระหว่างทางหิมะตกกระหน่ำ รถไฟเริ่มขึ้นสูงไปเรื่อย ๆ มองไปทางไหนขาวโพลนไปหมด เราวิ่งลัดเลาะขึ้นเทือกเขา Japan Alps พอเข้าป่าเขตอุทยาน เขาคงพยายามใช้ไฟฟ้าเป็นหลักเพื่อลดความดังของเสียงที่รบกวนสัตว์ป่า วิวสองข้างทางสวยมากครับ เสียดายที่คราบน้ำแข็งเกาะหน้าต่างจนถ่ายภาพยาก ของอย่างนี้ต้องมาลองนั่งเอง แต่วิวที่ผมเห็นการันตีว่าไม่มีผิดหวัง ขอเพียงแค่รถไฟวิ่งเท่านั้น เพราะขนาดถนนยังปิดเกือบหมด
ระหว่างทางสายนี้มีเมืองน่าแวะนอน 2 แห่ง ที่แรกคือ ทาคายามะ เป็นเมืองที่คนไทยรู้จักกันดี ยังเป็นรอยต่อของรถไฟ 2 ช่วง (แบบไม่ต้องลงจากรถ) ทาคายามะหน้าหนาวสวยบาดขาดใจ ร้านเก่าในย่านมรดกโลกเต็มไปด้วยหิมะ ยังมีออนเซนดี ๆ อีกหลายแห่ง แต่ถ้าอยากแช่น้ำของจริงต้องไป Gero เมืองออนเซนมีชื่อเสียงตั้งแต่อดีต นั่งรถไฟไปจากนาโกยาแค่ชั่วโมงครึ่ง
ผมขึ้น ๆ ลง ๆ รถไฟสายนี้หลายครั้ง มีโอกาสนั่งรถไฟรุ่นธรรมดา บอกเลยว่าความเนียนในการเร่งเครื่องต่างกันมาก เสียงก็ดังกว่าเยอะ จึงคาดว่าในอนาคต รถไฟญี่ปุ่นคงเริ่มเปลี่ยนไปใช้ระบบไฮบริด โดยเฉพาะ Limited Express ที่มีหลายสาย คงช่วยลดคาร์บอนได้อีกเยอะ
สำหรับเมืองไทย เราเพิ่งเปิดตัวหัวรถจักรพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ วิ่งได้เร็ว 120 กม./ชม. ระยะทาง 300 กม. แต่ประหยัดเชื้อเพลิงได้เพียบ ยังลดฝุ่นเหลือน้อยมากชนิดวัดแทบไม่ได้ กระทรวงคมนาคมกำลังวางแผนจะผลิตเพิ่มเติมอีก 50 หัวรถจักร เพื่อช่วยลดก๊าซเรือนกระจก รถไฟเป็นขนส่งสาธารณะที่มีส่วนช่วยเรื่องโลกร้อนอยู่มากแล้ว หากเราอัพเกรดรถไฟเหล่านี้ด้วยเทคโนโลยี ให้ลดคาร์บอนลดเสียงและลดฝุ่น จะยิ่งทำให้โลกไปสู่ Net Zero ได้เร็วขึ้น
จึงเชิญชวนหากมีโอกาสมาญี่ปั่น ทดลองนั่งรถไฟไฮบริดบนทางรถถไฟสายน้ำแข็งผ่าน Japan Alps ช่วงเดือนกุมภาพันธ์จะดีที่สุด อย่าลืมแวะแช่น้ำ/กินซูชินะครับ 😊